บีบหัวใจ ทหารเรือเล่าเหตุการณ์ จำใจปล่อยเพื่อนเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา

และเมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 65 พันจ่าเอกธวัชชัย ปฏิบัติหน้าที่กราบเรือ หนึ่งในผู้รอดชีวิต ได้รับบาดเจ็บ เย็บ 52 เข็ม

พันจ่าเอกธวัชชัย เปิดใจว่า ได้รับแจ้งจากว่ามีน้ำเข้าไปในห้องเครื่องชั้นล่างของเรือหลวงสุโขทัย ในวันเกิดเหตุมีคลื่นทะเลสูงถึง 6 เมตร จึงทำให้น้ำทะลักเข้าเรืออย่างรวดเร็ว ทำให้เครื่องยนต์ดับ และเครื่องระบบไฟฟ้าเสียหายไป 1 เครื่อง สูบน้ำออกไม่ได้เรือเริ่มเอียง

จึงรึบไปปิดประตู เพื่อที่จะให้น้ำไม่ทะลักขึ้นมาชั้น 2 แต่ด้วยแรงดันของน้ำทำให้ไม่สามารถปิดประตูดังกล่าวได้ จึงทำให้ทับนิ้วของตนเองได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาผู้การเรือได้ประเมินสถานการณ์ ก่อนที่จะมีการใช้เครื่องปั่นไฟครั้งสุดท้าย สุดท้ายต้องประกาศ ขอให้อพยพไปอยู่บริเวณที่สูงและประตูที่ออกได้ง่ายจากนั้นเรือก็เริ่มจม ลูกเรือและทหารเริ่มใส่ชูชีพ และเริ่มทยอยโดดลงเรือ ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นการสละเรือ เพราะเรือกำลังจมแล้ว

ส่วนตัวตัดสินใจกระโดดลงจากเรือ แต่เป็นคนที่มีชูชีพ แต่ระหว่างที่โดดลงทะเลมีคนที่ไม่ได้ใส่ชูชีพด้วยต้องว่ายน้ำด้วยมือเปล่า ส่วนเพื่อน ๆ คนอื่นบางคนที่ไม่มีชูชีพ ก็ต้องคอยประคองกัน จับมือกันไว้เป็นกลุ่ม มือซ้ายให้น้องทหารคนหนึ่งเกาะแขนเอาไว้ ส่วนมือขวาให้เพื่อนทหารอีก 3 คนเกาะไว้ หนึ่งในนั้นมีคนมีโรคประจำตัว เกาะแขนเอาไว้มีตัวเองมีชูชีพเพียงคนเดียว จึงให้เพื่อน ๆ น้อง ๆ อีก 4 คนเกาะซ้ายขวา เห็นน้องสำลักและเสียชีวิตต่อหน้าต่อตา ระหว่างที่เกาะแขนกั น้องปล่อยแขนเพราะน้องเสียชีวิตแล้วรีบดึงหูกางเกงไว้ จะพาร่างน้องกลับบ้านด้วย เมื่อถึงเรือน้ำมันที่มาจอดช่วย ก็พยายามว่ายเข้าไปหาเรือ ที่มีคลื่นที่สูงลมแรง ทำให้มือทั้งสองข้างที่มีเพื่อนๆเกาะอยู่เริ่มไม่มีแรง หลุดมือ

ภาพจาก ทุบโต๊ะข่าว Amarin TV 34

พันจ่าเอกธวัชชัย บอกอีกว่า วันนั้นผู้การเรือจะนำเรือกลับสัตหีบ หาที่จอดที่บางสะพานไม่ได้ เพราะตอนนั้นมีคลื่นลมแรงสูงถึง 4 เมตร พอถึงกลางทะเลกลับยิ่งมีคลื่นสูงขึ้นทำให้เรือได้รับความเสียหาย

เรียบเรียง สยามนิวส์

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *